ติดต่อเรา 08.00 - 17.30
โทร 02-943-0180 ต่อ 120
pngtree black ribbon for condolence mourning and melanoma awarness png image
Product categories

เทคโนโลยี WDR คืออะไร? และช่วยแก้ปัญหากล้องย้อนแสงได้อย่างไร

คำว่า WDR คืออะไร ย่อมาจาก Wide Dynamic Range ซึ่งหมายถึง “ช่วงไดนามิกที่กว้าง” ในทางเทคนิคแล้ว Dynamic Range คือความสามารถของเซ็นเซอร์ในการบันทึกและแยกแยะความแตกต่างของระดับแสงที่สว่างที่สุดและมืดที่สุดในฉากเดียวกัน

ในระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ภาพที่บันทึกได้ถือเป็นหลักฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจำนวนมากมักประสบปัญหาภาพขาดรายละเอียดในพื้นที่ที่มีความแตกต่างของระดับแสงสูง (High Contrast Scenes)

ปัญหานี้เรียกว่า “ปัญหาการย้อนแสง” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเซ็นเซอร์กล้องต้องเผชิญกับแสงที่สว่างจ้ามากในบริเวณหนึ่ง (เช่น แสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง) และในขณะเดียวกันก็มีบริเวณที่มืดสนิท (เช่น ภายในอาคาร) กล้องทั่วไปขาดความสามารถในการประมวลผลช่วงความสว่างทั้งหมดนี้พร้อมกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่วัตถุสำคัญมืดเป็นเงามืด (Underexposed) หรือฉากหลังสว่างจ้าเกินไป (Overexposed) โดยสิ้นเชิง เพื่อแก้ไขความท้าทายนี้ เทคโนโลยี WDR จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาคุณภาพของภาพให้คงที่ในทุกสภาพแวดล้อม

WDR คืออะไร? (Wide Dynamic Range)

คำว่า WDR คืออะไร ย่อมาจาก Wide Dynamic Range ซึ่งหมายถึง “ช่วงไดนามิกที่กว้าง” ในทางเทคนิคแล้ว Dynamic Range คือความสามารถของเซ็นเซอร์ในการบันทึกและแยกแยะความแตกต่างของระดับแสงที่สว่างที่สุดและมืดที่สุดในฉากเดียวกัน

  • กล้องมาตรฐาน (Low Dynamic Range) กล้องทั่วไปมีขีดจำกัดในการรองรับช่วง Dynamic Range ค่อนข้างแคบ โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 60-70 เดซิเบล (dB) เมื่อความต่างของแสงเกินขีดจำกัดนี้ กล้องจะไม่สามารถรักษารายละเอียดในพื้นที่สว่างและมืดไว้ได้พร้อมกัน
  • WDR (Wide Dynamic Range) เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขยายขีดจำกัดดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกล้องที่ใช้ True WDR ซึ่งสามารถจัดการกับช่วง Dynamic Range ได้สูงถึง 120-140 dB ทำให้ภาพที่ได้ใกล้เคียงกับการจำลองความสามารถในการปรับตัวของสายตามนุษย์มากที่สุดในสภาพแสงที่ท้าทาย

WDRคืออะไร ในบริบทของความปลอดภัย? มันคือกลไกทางฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้กล้องสามารถจับภาพที่มีรายละเอียดครบถ้วน ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้เงาหรือแสงจ้าก็ตาม

WDR ทำงานอย่างไร?

เทคโนโลยี WDR สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีความแตกต่างด้านประสิทธิภาพและคุณภาพของผลลัพธ์

1. Digital WDR (D-WDR) คืออะไร

D-WDR เป็นวิธีการประมวลผลภาพภายหลังการบันทึก (Post-Processing) โดยอาศัยอัลกอริทึมในการปรับค่า Gamma Curve และระดับความสว่างของแต่ละพิกเซลเพื่อพยายามเปิดเผยรายละเอียดในส่วนมืดและลดความสว่างในส่วนสว่าง แม้ว่า D-WDR จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในเชิงต้นทุน แต่เนื่องจากเป็นการขยายสัญญาณภาพที่บันทึกมาแล้ว จึงมีข้อจำกัดที่สำคัญคือ คุณภาพของภาพอาจขาดความเป็นธรรมชาติ (Unnatural Look) และอาจส่งผลให้เกิดสัญญาณรบกวน (Noise) เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มืดมาก

2. True WDR คืออะไร

นี่คือกลไกที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด โดยกล้องที่รองรับ True WDR (Sensor-Based WDR) จะใช้เซ็นเซอร์ภาพขั้นสูงในการบันทึกภาพเดียวกันซ้ำกันอย่างรวดเร็ว (Multi-Exposure Capture) ด้วยการตั้งค่าการรับแสง (Exposure Time) ที่แตกต่างกัน

  1. เฟรมรับแสงสั้น (Short Exposure) ใช้เพื่อจับรายละเอียดของบริเวณที่มีความสว่างสูง เพื่อป้องกันการสว่างจ้าเกินไป (Overexposure)
  2. เฟรมรับแสงยาว (Long Exposure) ใช้เพื่อจับรายละเอียดของบริเวณที่มีความมืดสูง เพื่อดึงรายละเอียดในเงามืด (Shadow Details)

จากนั้น ชิปประมวลผลภาพ (ISP – Image Signal Processor) ที่ติดตั้งอยู่ในตัวกล้องจะทำหน้าที่ ผสานรวมข้อมูล (Data Fusion) จากเฟรมเหล่านี้เข้าด้วยกันในแบบเรียลไทม์ (Real-Time Fusion) เพื่อสร้างภาพเดียวที่มีความสมดุลของแสงอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ชิปเซ็ตที่ทันสมัยยังมีความสามารถในการจัดการ การเคลื่อนไหว (Motion Management) เพื่อลดปรากฏการณ์ “ภาพซ้อน” (Ghosting Effect) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อวัตถุมีการเคลื่อนที่ระหว่างการบันทึกหลายเฟรม ทำให้ WDR แท้สามารถ แก้ไขปัญหากล้องย้อนแสงได้อย่างแม่นยำและมีคุณภาพสูง

ประโยชน์และกรณีการใช้งาน การประยุกต์ใช้ WDR ในทางปฏิบัติ

การติดตั้งกล้อง WDR ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงความสวยงามของภาพ แต่เป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานที่บันทึกได้ในสถานการณ์วิกฤต

สถานการณ์ที่มีความท้าทายด้านแสงประสิทธิภาพในการแก้ไขโดย WDR
จุดทางเข้าออกอาคาร (เช่น ธนาคาร, สำนักงาน, ศูนย์การค้า)WDR ช่วยให้มั่นใจได้ว่าใบหน้าของบุคคลที่เดินเข้ามาจากแสงแดดภายนอกจะมีความชัดเจนเพียงพอสำหรับการ ระบุตัวตน (Identification) และการยืนยันการเข้าออก
บริเวณหน้าต่างหรือกระจก (พื้นที่ภายในที่มีฉากหลังเป็นภายนอกอาคาร)WDR ช่วยให้สามารถมองเห็นทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ควบคุม และติดตามความเคลื่อนไหวของทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอกอาคารได้ในเฟรมเดียวกัน
ลานจอดรถใต้ดินและพื้นที่เงา (ทางลาดเข้า/ออก หรือซอกมุมที่มืด)WDR มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดส่วนเงาเพื่อจับภาพป้ายทะเบียนรถ และรายละเอียดของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่มืดเข้าสู่แสงจ้า
พื้นที่ขนถ่ายสินค้า (Loading Docks) และโกดัง (บริเวณที่มีการเปิดประตูขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่)WDR ช่วยรักษารายละเอียดของพนักงาน สินค้า และเอกสารที่อยู่ในพื้นที่มืดภายในโกดัง พร้อมทั้งจัดการกับแสงที่ส่องมาจากภายนอกได้อย่างสมดุล

WDR คืออะไร สำหรับมืออาชีพด้านความปลอดภัย? มันคือเครื่องมือที่รับประกันความสมบูรณ์ของภาพหลักฐาน ภายใต้สภาวะแสงที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตรวจสอบเหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยี Wide Dynamic Range (WDR) ถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับกล้องวงจรปิดที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในสภาพแวดล้อมจริงที่มีความผันผวนของแสง การลงทุนในกล้องที่มี True WDR ซึ่งมีการประมวลผลด้วยฮาร์ดแวร์ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อรับประกันคุณภาพของภาพที่มีความสม่ำเสมอและความคมชัดสูงสุด

ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการพึ่งพาเฉพาะ D-WDR หากต้องการความน่าเชื่อถือของภาพระดับสูงสุด และควรพิจารณาค่า Dynamic Range (dB) ที่กล้องสามารถรองรับได้ก่อนการตัดสินใจติดตั้ง เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยของคุณสามารถบันทึกรายละเอียดที่สำคัญได้อย่างแม่นยำในทุกช่วงเวลา

เลือก WDR แท้ เพื่อยกระดับมาตรฐานความคมชัดและความน่าเชื่อถือของระบบการเฝ้าระวังของคุณ

ติดต่อ GreatOcean เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบโซลูชันความปลอดภัยที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณวันนี้!

Line : @greatocean
Tel : 099-495-8880
Facebook : https://www.facebook.com/gtoengineer/
Email : support@gtoengineer.com