ติดต่อเรา 08.00 - 17.30
โทร 02-943-0180 ต่อ 120
pngtree black ribbon for condolence mourning and melanoma awarness png image
Product categories

NeRF คืออะไร? AI แปลงภาพ 2D เป็น 3D

DTDT Photogrammetry 1024x426

NeRF คืออะไร

NeRF หรือ Neural Radiance Field เป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาเพื่อสร้างภาพ 3 มิติจากข้อมูลภาพถ่าย 2 มิติ โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ผ่านโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) ทำให้สามารถสร้างภาพเสมือนจริงที่มีความละเอียดสูงและแม่นยำมากขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาพยนตร์ เกม และเทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR)

 

ประเภทของ Neural Radiance Fields (NeRF)

NeRF รุ่นแรกเริ่มมีปัญหาหลายอย่าง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพที่ทำได้ยาก ความล่าช้าในการประมวลผล และการพึ่งพาภาพถ่ายจากมุมกล้องที่ต้องปรับเทียบและจัดแสงเงาอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม มีการพัฒนา NeRF รุ่นใหม่หลายรูปแบบที่ช่วยแก้ไขข้อจำกัดเหล่านี้และเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างภาพ 3 มิติที่มีคุณภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

PixelNeRF

PixelNeRF เป็นหนึ่งใน NeRF รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2021 (CPVR 2021) จุดเด่นของ PixelNeRF คือการนำเสนอสถาปัตยกรรมแบบบูรณาการที่สามารถกำหนดเงื่อนไขในการสร้างภาพ 3 มิติจากภาพถ่ายเพียงภาพเดียว แตกต่างจาก NeRF รุ่นแรกที่ต้องใช้มุมกล้องและข้อมูลภาพจากหลายทิศทาง PixelNeRF สามารถลดความซับซ้อนและจำนวนข้อมูลที่ต้องใช้ วิธีการนี้ช่วยขจัดความจำเป็นในการจัดระเบียบมุมกล้องจำนวนมาก และลดทรัพยากรที่ต้องใช้ในการประมวลผล ทำให้กระบวนการสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพของ NeRF ราบรื่นและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น เหมาะสำหรับงานที่ข้อมูลมีข้อจำกัด เช่น การสร้างภาพจากมุมมองเดียว

Mega-NeRD

Mega-NeRD เปิดตัวในปี 2022 (CVPR 2022) โดยออกแบบมาเพื่อรองรับการสร้างภาพ 3 มิติในฉากที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน ตัวระบบมีอัลกอริทึมพิเศษที่สามารถทำคลัสเตอร์ข้อมูลทางเรขาคณิตและใช้โครงสร้างเครือข่ายแบบกระจาย ซึ่งช่วยให้การประมวลผลภาพสามารถรองรับสภาพแสงที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Mega-NeRD ใช้เทคนิค Neural Radiance แบบกระจาย (SNeRG) เพื่อจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้สามารถจับภาพและแสดงผลสภาพแวดล้อมในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและรายละเอียดสูงในพื้นที่กว้าง

NSVF (Neural Sparse Voxel Fields)

NSVF เป็นนวัตกรรม NeRF ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อลดความซับซ้อนของการประมวลผลภาพโดยการข้ามพิกเซลว่าง (Empty Pixels) ในระหว่างขั้นตอนการประมวลผล ทำให้ประหยัดเวลาและเพิ่มความเร็ว NSVF ใช้เทคนิคการเรียนรู้โครงสร้างพิกเซลในเซลล์เครือข่าย ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างภาพ 3 มิติที่มีคุณภาพสูงได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งมุมมองกล้องเฉพาะเจาะจง การปรับปรุงนี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการภาพ 3 มิติที่คมชัดและใช้ทรัพยากรการประมวลผลน้อย

Plenoptic Voxel

Plenoptic Voxel เป็นนวัตกรรมที่แตกต่างจาก NeRF ทั่วไป โดยแทนที่จะใช้นิวรัลเน็ตเวิร์กแบบ Multilayer Perceptron (MLP) Plenoptic Voxel ใช้ตาราง 3 มิติแบบกระจายเพื่อสร้างและจัดการโมเดล 3 มิติ การเปลี่ยนมาใช้ตาราง 3 มิตินี้ช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลและยังคงรักษาความแม่นยำและรายละเอียดของภาพไว้ได้ การประมวลผลด้วย Plenoptic Voxel ยังช่วยให้สามารถแก้ไข Voxel ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการผลลัพธ์อย่างรวดเร็วและปรับเปลี่ยนโมเดลได้ง่าย

 

พื้นฐานของเทคโนโลยี NeRF

2.1 นิยาม Neural Radiance Field

NeRF คือการใช้โครงข่ายประสาทเทียมเพื่อสร้าง “สนามรังสี” (Radiance Field) ซึ่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสีและความหนาแน่นของแสงในพื้นที่ 3 มิติ โดยสามารถสร้างโมเดล 3 มิติได้จากภาพถ่ายหลายมุมมอง

2.2 แนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลัง NeRF

หลักการสำคัญของ NeRF คือการฝึกโครงข่ายประสาทเทียมให้เข้าใจการกระจายแสงในปริภูมิ 3 มิติ โดยใช้ข้อมูลจากภาพ 2 มิติที่เก็บรวบรวมจากมุมมองต่าง ๆ เช่น การถ่ายภาพวัตถุจากทุกมุมเพื่อให้ระบบเรียนรู้รูปร่างและแสงเงา

 

วิธีการทำงานของ NeRF

3.1 การสร้างโมเดล 3 มิติจากภาพ 2 มิติ

NeRF ใช้ชุดของภาพถ่าย 2 มิติจากมุมมองที่แตกต่างกันเพื่อฝึกระบบโครงข่ายประสาทเทียม โดย NeRF จะทำความเข้าใจและแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นภาพ 3 มิติที่สามารถหมุนและมองจากมุมมองใดก็ได้

3.2 การใช้ข้อมูลปริภูมิรังสี (Radiance Field)

NeRF สร้าง Radiance Field ที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ:

  • สีของแสง (RGB)
  • ความหนาแน่น (Density) ซึ่งใช้เพื่อระบุว่าแสงผ่านวัตถุใดบ้าง

องค์ประกอบสำคัญของ NeRF

4.1 เครือข่าย Neural Network

NeRF ใช้ Neural Network แบบ Fully Connected ที่มีจุดเด่นในการประมวลผลข้อมูลแบบต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่มีความแม่นยำสูง

4.2 การประมวลผลสีและความหนาแน่น

NeRF จะคำนวณค่าของสีและความหนาแน่นสำหรับทุกตำแหน่งในปริภูมิ 3 มิติ โดยใช้ข้อมูลการกระจายของแสงและความโปร่งใส

ขั้นตอนการสร้าง NeRF

5.1 การป้อนข้อมูลภาพถ่าย

ผู้ใช้งานต้องถ่ายภาพวัตถุจากมุมมองต่าง ๆ และป้อนชุดข้อมูลนี้เข้าสู่ระบบ

5.2 กระบวนการเรียนรู้ (Training)

NeRF จะใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Supervised Learning โดยเรียนรู้จากการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของโมเดลกับภาพถ่ายจริง จนกระทั่งสามารถสร้างภาพ 3 มิติที่เหมือนจริงที่สุด

ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ NeRF

6.1 การสร้างภาพ 3 มิติในวงการภาพยนตร์และเกม

NeRF ช่วยสร้างฉากและตัวละครเสมือนจริงที่สมจริงในระดับที่สูงมาก โดยเฉพาะในงานสร้างภาพยนตร์และเกม

6.2 การพัฒนาระบบ AR/VR

NeRF มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อม 3 มิติสำหรับเทคโนโลยี AR/VR ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานที่สมจริงยิ่งขึ้น

6.3 การใช้งานในด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

ในด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม NeRF ใช้ในการสร้างแบบจำลองโครงสร้าง 3 มิติที่สามารถจำลองแสงเงาและมุมมองได้อย่างแม่นยำ

ข้อดีของ NeRF

  • ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการสร้างภาพ 3 มิติ
  • คุณภาพของภาพมีความละเอียดและสมจริงสูง
  • ใช้งานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม

ข้อจำกัดของ NeRF

  • ต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์สูง
  • กระบวนการเรียนรู้ต้องใช้เวลา
  • ขึ้นอยู่กับคุณภาพและจำนวนของภาพถ่ายที่ใช้ในการฝึก

NeRF กับเทคโนโลยี AI อื่น ๆ

NeRF แตกต่างจากเทคโนโลยี 3D Rendering แบบดั้งเดิมตรงที่ใช้ Machine Learning เพื่อเรียนรู้และสร้างแบบจำลอง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สมจริงมากขึ้นในบางกรณี

อนาคตของ NeRF

ในอนาคต NeRF อาจถูกพัฒนาให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมถึงการปรับให้ใช้งานในระบบที่หลากหลาย เช่น IoT และหุ่นยนต์อัตโนมัติ

บทสรุป

NeRF เป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติการสร้างภาพ 3 มิติ ด้วยความสามารถในการสร้างภาพเสมือนจริงจากข้อมูล 2 มิติผ่านโครงข่ายประสาทเทียม ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสใหม่ในวงการภาพยนตร์และเกม แต่ยังช่วยพัฒนาเทคโนโลยี AR/VR และงานสถาปัตยกรรมให้ก้าวหน้า

FAQs

  1. NeRF ใช้สำหรับอะไรได้บ้าง?
    ใช้สร้างภาพ 3 มิติสำหรับงานภาพยนตร์ เกม AR/VR และสถาปัตยกรรม
  2. NeRF ทำงานอย่างไร?
    โดยการใช้ Neural Network เรียนรู้จากภาพถ่าย 2 มิติและสร้าง Radiance Field
  3. ข้อจำกัดของ NeRF มีอะไรบ้าง?
    ใช้ทรัพยากรสูง และต้องการข้อมูลภาพที่มีคุณภาพ
  4. NeRF แตกต่างจากการสร้างภาพ 3 มิติแบบดั้งเดิมอย่างไร?
    NeRF ใช้ Machine Learning ในการเรียนรู้ ทำให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า
  5. อนาคตของ NeRF จะเป็นอย่างไร?
    คาดว่าจะพัฒนาให้ทำงานได้เร็วขึ้นและรองรับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : Amazon

ติดต่อ GreatOcean เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบโซลูชันความปลอดภัยที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณวันนี้!

Line : @greatocean
Tel : 099-495-8880
Facebook : https://www.facebook.com/gtoengineer/
Email : support@gtoengineer.com