ติดต่อเรา 08.00 - 17.30
โทร 02-943-0180 ต่อ 120
Product categories

หากคุณทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจค้าส่ง โรงงาน ร้านอาหาร หรือคลังสินค้า คำว่า “FIFO” เป็นสิ่งที่ควรรู้ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนสินค้า การบริหารสต๊อก และกำไรของธุรกิจ

หลายบริษัทมีปัญหาสินค้าค้างสต๊อก สินค้าหมดอายุ ของเก่าขายไม่ออก หรือระบบสต๊อกไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งหนึ่งในวิธีจัดการที่นิยมมากที่สุดคือ FIFO (First In First Out)

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า FIFO คืออะไร, ใช้อย่างไร, แตกต่างจากวิธีอื่นอย่างไร และทำไมธุรกิจจำนวนมากเริ่มใช้ระบบ ERP อย่าง ERPNext เพื่อช่วยบริหาร FIFO แบบอัตโนมัติ

FIFO คืออะไร

FIFO ย่อมาจาก First In First Out หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “เข้าก่อน ออกก่อน”

หลักการทำงานคือ สินค้าที่เข้าสต๊อกก่อน จะถูกนำออกขายหรือใช้งานก่อนเสมอ

ตัวอย่างง่าย ๆ

สมมติร้านของคุณซื้อสินค้าเข้ามา 2 รอบ

  • รอบแรก ซื้อวันที่ 1 มกราคม จำนวน 100 ชิ้น ราคา 100 บาท
  • รอบสอง ซื้อวันที่ 10 มกราคม จำนวน 100 ชิ้น ราคา 120 บาท

เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ 50 ชิ้น ระบบ FIFO จะดึงสินค้าจากล็อตแรกก่อน เพราะเป็นสินค้าที่เข้ามาก่อน

แนวคิดนี้ช่วยลดปัญหาสินค้าค้างสต๊อก และเหมาะอย่างมากกับสินค้าที่มีอายุการใช้งาน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง วัตถุดิบ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

FIFO ทำงานอย่างไร

ลองนึกภาพสต๊อกสินค้าเป็นแถวคิว

สินค้าที่เข้ามาก่อนจะอยู่หน้าสุด และถูกหยิบออกก่อนเสมอ

ตัวอย่าง:

วันที่รับเข้าจำนวนต้นทุนต่อชิ้น
1 ม.ค.100100 บาท
10 ม.ค.100120 บาท

หากขายสินค้า 120 ชิ้น

การคิดแบบ FIFO จะเป็น:

  • 100 ชิ้นแรก → ใช้ต้นทุน 100 บาท
  • 20 ชิ้นถัดมา → ใช้ต้นทุน 120 บาท

นี่คือเหตุผลว่าทำไม FIFO จึงส่งผลต่อ ต้นทุนสินค้า (COGS) และกำไรของบริษัท

ธุรกิจที่ต้องการเห็นต้นทุนใกล้เคียงกับความเป็นจริง มักเลือกใช้ FIFO เป็นมาตรฐาน

ข้อดีของ FIFO

1. ลดสินค้าค้างสต๊อก

สินค้าที่เข้ามาก่อนถูกขายก่อน จึงลดความเสี่ยงของสินค้าเก่าเหลือค้างคลัง

โดยเฉพาะสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือยา

2. ลดของเสียและต้นทุนจม

หากไม่มีการจัดลำดับสินค้า สินค้าเก่าอาจถูกลืมอยู่หลังโกดังจนหมดอายุ

FIFO ช่วยให้การหมุนเวียนสินค้าเป็นระบบมากขึ้น

3. ทำให้ต้นทุนสินค้าแม่นยำ

การคำนวณต้นทุนแบบ FIFO ช่วยให้บัญชีและต้นทุนสินค้ามีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสต๊อกจริง

4. เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายล็อตสินค้า

ธุรกิจที่รับสินค้าเข้าหลายรอบ หลาย Supplier หรือราคาต้นทุนเปลี่ยนตลอด จะได้ประโยชน์อย่างมาก

ข้อเสียของ FIFO

แม้ FIFO จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่หากบริหารผิดวิธี ก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน

1. ทำด้วยมือมีโอกาสผิดพลาดสูง

หลายธุรกิจเริ่มจาก Excel หรือการจดมือ

ปัญหาที่พบคือ

  • หยิบของผิดล็อต
  • สต๊อกไม่ตรง
  • ตรวจสอบย้อนหลังยาก
  • ต้นทุนผิดพลาด

โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจเริ่มโต มีหลายคลังสินค้า หลายสาขา หรือหลายหมื่นรายการสินค้า

2. พนักงานต้องมีวินัยสูง

FIFO ที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่ “ในระบบ” แต่ต้องเกิดขึ้นที่หน้าคลังสินค้า

หากหยิบผิดลำดับ สต๊อกและต้นทุนจะเริ่มเพี้ยนทันที

FIFO ต่างจาก LIFO อย่างไร

อีกคำที่มักถูกพูดถึงคือ LIFO หรือ Last In First Out

LIFO คือ เข้าหลัง ออกก่อน

ตัวอย่างเช่น ซื้อสินค้ารอบล่าสุดเข้ามา แล้วหยิบล็อตใหม่ออกก่อน

ความแตกต่างคือ:

FIFOLIFO
เข้าก่อนออกก่อนเข้าหลังออกก่อน
ลดของหมดอายุไม่เหมาะกับสินค้ามีอายุ
เหมาะกับคลังสินค้าใช้ในบางกรณีด้านบัญชี

สำหรับธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและคลังสินค้า FIFO มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

ธุรกิจแบบไหนควรใช้ FIFO

FIFO เหมาะกับแทบทุกธุรกิจที่มีสต๊อกสินค้า โดยเฉพาะ

  • โรงงานผลิตสินค้า
  • ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง
  • ร้านอาหารและธุรกิจอาหาร
  • เครื่องสำอางและเวชภัณฑ์
  • คลังสินค้าและโลจิสติกส์
  • ร้านค้าออนไลน์ที่มีสต๊อกจำนวนมาก

หากธุรกิจของคุณเริ่มมีปัญหา เช่น

  • สินค้าหาย
  • สินค้าเก่าค้างโกดัง
  • ต้นทุนไม่ตรง
  • เช็กสต๊อกทีไรไม่ตรงระบบ

นี่อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาปรับระบบ FIFO ให้จริงจัง

ปัญหาของการทำ FIFO ด้วย Excel

หลายบริษัทเริ่มต้นด้วย Excel เพราะต้นทุนต่ำและใช้งานง่าย

แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น มักเจอปัญหา เช่น

ข้อมูลไม่ Real-time

ฝ่ายขายขายสินค้าไปแล้ว แต่คลังยังไม่อัปเดต

สุดท้ายขายเกินสต๊อก

หลายคนแก้ไขไฟล์พร้อมกัน

เกิดข้อมูลชนกัน เวอร์ชันไม่ตรง หรือไฟล์เสียหาย

ติดตามล็อตสินค้าไม่ได้

เมื่อมีปัญหาสินค้าเสียหรือเคลม การย้อนกลับไปตรวจสอบว่าใช้ล็อตไหนมักทำได้ยาก

ไม่มี Automation

ทุกอย่างต้องอาศัยคนจำ คนคีย์ และคนตรวจสอบ

ยิ่งโต ยิ่งเหนื่อย

วิธีทำ FIFO อัตโนมัติด้วย ERPNext

ทางออกของหลายธุรกิจคือการใช้ระบบ ERP เพื่อบริหารสต๊อกแบบครบวงจร

หนึ่งในระบบที่ได้รับความนิยมคือ ERPNext ซึ่งสามารถรองรับการทำ FIFO ได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างสิ่งที่ระบบช่วยได้

จัดการ FIFO แบบอัตโนมัติ

ระบบเลือกล็อตสินค้าให้อัตโนมัติ ลดการหยิบผิด

รองรับ Lot / Batch / Serial Number

ติดตามสินค้าแต่ละล็อตย้อนหลังได้

รู้ว่าสินค้าเข้าวันไหน มาจาก Supplier ใด และขายให้ลูกค้าคนไหน

เชื่อมโยงทุกฝ่ายในระบบเดียว

ฝ่ายขาย คลังสินค้า บัญชี และผู้บริหาร ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน

Dashboard แบบ Real-time

ดูสต๊อก ต้นทุน และความเคลื่อนไหวสินค้าได้ทันที

ไม่ต้องรอรวม Excel หลายไฟล์

รองรับธุรกิจที่เติบโต

ตั้งแต่ SME ไปจนถึงองค์กรที่มีหลายสาขา หลายคลังสินค้า

ทำไมการ Implement ERPNext สำคัญกว่าการติดตั้งระบบเฉย ๆ

หลายคนคิดว่าแค่ติดตั้ง ERP ก็จบ

แต่ความจริง การ Implement สำคัญกว่าตัวระบบ

เพราะต้องมีการออกแบบ Workflow ให้เหมาะกับธุรกิจจริง เช่น

  • วิธีรับสินค้าเข้าคลัง
  • การจัด Batch และ FIFO
  • การอนุมัติเอกสาร
  • การเชื่อมฝ่ายขาย บัญชี และคลังสินค้า
  • รายงานต้นทุนและกำไร

หากออกแบบไม่ดี ต่อให้มีระบบ ERP ก็ยังทำงานลำบากเหมือนเดิม

ทีม Implement ที่เข้าใจทั้งธุรกิจและระบบ ERPNext จะช่วยให้ระบบใช้งานได้จริง ลดงานซ้ำซ้อน และช่วยให้ผู้บริหารเห็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้ทันที

ทำไมหลายธุรกิจเริ่มเปลี่ยนมาใช้ ERPNext

เหตุผลสำคัญคือ

  • ลดงาน Manual
  • ลดความผิดพลาดของสต๊อก
  • รองรับ FIFO อัตโนมัติ
  • เชื่อมข้อมูลทั้งบริษัท
  • ขยายระบบได้เมื่อธุรกิจโตขึ้น
  • ปรับแต่ง Workflow ให้เหมาะกับธุรกิจได้

โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มมีหลายช่องทางขาย หลายคลัง หรือยอดออเดอร์จำนวนมาก การมีระบบ ERP ที่ดีช่วยลดต้นทุนแฝงได้อย่างชัดเจน

FIFO คืออะไร และทำไมธุรกิจควรเริ่มจัดการให้จริงจัง

FIFO หรือ First In First Out (เข้าก่อนออกก่อน) คือแนวคิดสำคัญในการบริหารสต๊อก ที่ช่วยลดของค้าง ลดสินค้าหมดอายุ และทำให้ต้นทุนสินค้าแม่นยำขึ้น

แม้จะเริ่มต้นทำได้ด้วย Excel แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การใช้ระบบ ERP อย่าง ERPNext เพื่อจัดการ FIFO แบบอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาด ทำให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และช่วยให้ธุรกิจบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

หากคุณกำลังมองหาระบบ ERPNext พร้อมทีมช่วยวางระบบและ Implement ให้เหมาะกับ Workflow ธุรกิจจริง การเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์กระบวนการทำงานและออกแบบระบบให้ตรงธุรกิจ คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ในระยะยาว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FIFO

FIFO คืออะไรแบบสั้น ๆ

FIFO คือหลักการจัดการสต๊อกแบบ “เข้าก่อนออกก่อน” สินค้าที่เข้าคลังก่อนจะถูกขายหรือใช้งานก่อน

FIFO เหมาะกับธุรกิจอะไร

เหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าในคลัง เช่น โรงงาน ร้านอาหาร ร้านค้าออนไลน์ ค้าปลีก ค้าส่ง และธุรกิจที่มีวันหมดอายุสินค้า

FIFO ต่างจาก LIFO อย่างไร

FIFO คือเข้าก่อนออกก่อน ส่วน LIFO คือเข้าหลังออกก่อน ซึ่ง FIFO มักเหมาะกับธุรกิจทั่วไปมากกว่า

ERPNext รองรับ FIFO หรือไม่

รองรับ โดยสามารถจัดการต้นทุนสินค้า การติดตามล็อต และการเคลื่อนไหวสต๊อกได้แบบอัตโนมัติผ่านระบบ ERP

ติดต่อ GreatOcean เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบโซลูชันความปลอดภัยที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณวันนี้!

Line : @greatocean
Tel : 099-495-8880
Facebook : https://www.facebook.com/gtoengineer/
Email : support@gtoengineer.com