ติดต่อเรา 08.00 - 17.30
โทร 02-943-0180 ต่อ 120
pngtree black ribbon for condolence mourning and melanoma awarness png image
Product categories

BLC คืออะไร? เทคโนโลยีแก้ภาพย้อนแสงสำหรับกล้องวงจรปิด

BLC คืออะไร? ทำไมภาพจากกล้องวงจรปิดถึงหน้าดำเมื่อเจอย้อนแสง? เรียนรู้หลักการทำงานของ Backlight Compensation (BLC) เปรียบเทียบกับ WDR และ HLC พร้อมวิธีเลือกใช้งานให้ถูกต้องที่สุด

ในยุคที่ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การติดตั้ง “กล้องวงจรปิด” (CCTV) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากภาพที่ได้นั้นมองไม่เห็นใบหน้าของผู้บุกรุก ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับช่างติดตั้งและผู้ใช้งานทั่วไปคือ “ปัญหาย้อนแสง” หรือการที่กล้องจับภาพไปยังบริเวณที่มีแสงสว่างจ้าด้านหลัง ส่งผลให้วัตถุหรือบุคคลด้านหน้ากลายเป็นเงาดำ (Silhouette) จนไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้

เทคโนโลยีที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้คือ BLC บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า BLC คืออะไร, มีหลักการทำงานอย่างไร, แตกต่างจาก WDR อย่างไร และจะประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ไหนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

BLC คืออะไร? (Definition of BLC)

BLC ย่อมาจาก Backlight Compensation แปลเป็นไทยได้ว่า “การชดเชยแสงจากด้านหลัง” หรือ “การแก้แสงย้อน” เป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่มีอยู่ในกล้องวงจรปิดมาตรฐานและกล้องระดับมืออาชีพเกือบทุกรุ่น

หน้าที่หลักของ BLC คือการปรับความสว่างของภาพ (Exposure) โดยอัตโนมัติ เพื่อให้วัตถุที่อยู่ด้านหน้าซึ่งมืดเนื่องจากสภาวะย้อนแสง กลับมาสว่างและเห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น โดยยอมแลกกับการที่ฉากหลัง (Background) ที่สว่างอยู่แล้ว อาจจะสว่างจ้าจนขาวโพลน (Overexposed) ไปเลย

ปัญหา “ย้อนแสง” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เซนเซอร์รับภาพของกล้อง (Image Sensor) พยายามวัดแสงเฉลี่ยของทั้งภาพ หากฉากหลังมีแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาแรงมาก (เช่น ประตูกระจกหน้าร้าน) เซนเซอร์จะคำนวณว่า “ภาพนี้สว่างเกินไป” จึงทำการลดรูรับแสง (Iris) หรือเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ลง ผลลัพธ์คือฉากหลังสวยงาม แต่ใบหน้าคนที่เดินเข้ามากลายเป็นสีดำมองไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งในทางความปลอดภัยถือว่าล้มเหลว

BLC จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อ “แหกกฎ” การวัดแสงเฉลี่ยนี้ โดยบอกกล้องว่า “ไม่ต้องสนฉากหลัง ให้โฟกัสแสงที่วัตถุตรงกลางเป็นหลัก”

หลักการทำงานเชิงเทคนิคของ BLC

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งว่า BLC คืออะไร เราต้องดูการทำงานของ Digital Signal Processor (DSP) ภายในตัวกล้อง

  1. การแบ่งโซนภาพ (Zone Metering) เมื่อเปิดโหมด BLC กล้องจะไม่วัดแสงจาก “ทั้งภาพ” แต่จะเลือกวัดแสงเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด (ส่วนใหญ่มักจะเป็นตรงกลางภาพ หรือโซนที่ผู้ใช้กำหนดเอง)
  2. การเปิดรูรับแสง (Exposure Adjustment) โปรเซสเซอร์จะสั่งการให้เปิดรับแสงมากขึ้น (Increase Exposure) เพื่อให้พื้นที่มืดในโซนนั้นสว่างขึ้นจนเห็นรายละเอียด
  3. การทิ้งรายละเอียดส่วนเกิน (Clipping) เมื่อกล้องเร่งแสงเพื่อให้ “คน” สว่างขึ้น แสงจากฉากหลัง (เช่น แสงแดดนอกหน้าต่าง) ซึ่งสว่างมากอยู่แล้ว จะถูกเร่งจนทะลุขีดจำกัด (White Clipping) ทำให้ฉากหลังกลายเป็นสีขาวโพลน มองไม่เห็นรายละเอียดภายนอก

สรุปสั้นๆ BLC คือการ เสียสละรายละเอียดฉากหลัง เพื่อแลกกับความชัดเจนของวัตถุด้านหน้า

BLC vs. WDR vs. HLC แตกต่างกันอย่างไร?

ในวงการกล้องวงจรปิด มีศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับการจัดการแสง 3 ตัวที่มักสร้างความสับสน ได้แก่ BLC, WDR และ HLC แม้เป้าหมายคือการจัดการแสงเหมือนกัน แต่วิธีการและผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

BLC (Backlight Compensation)

  • จุดเด่น ทำให้วัตถุมืดกลับมาสว่างเห็นหน้าชัด
  • จุดด้อย ฉากหลังขาวโพลน ไม่เห็นรายละเอียดภายนอก
  • เหมาะสำหรับ ทางเข้าออกที่เน้นหน้าคน ไม่เน้นวิวด้านนอก
  • ราคา เป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน ราคาไม่แพง

WDR (Wide Dynamic Range)

  • จุดเด่น เห็นรายละเอียดชัดเจน ทั้งวัตถุด้านหน้า และฉากหลัง
  • หลักการ กล้องถ่ายภาพ 2 ครั้งในเสี้ยววินาที (Short exposure สำหรับที่สว่าง + Long exposure สำหรับที่มืด) แล้วนำมาซ้อนกัน
  • ข้อดี ได้ภาพที่สมดุลที่สุด
  • ข้อเสีย กล้องที่มี True WDR มักมีราคาสูงกว่า
  • เหมาะสำหรับ ธนาคาร, ล็อบบี้โรงแรม, จุดที่ต้องการเห็นทะเบียนรถด้านนอกและหน้าคนด้านในพร้อมกัน

HLC (Highlight Compensation)

  • จุดเด่น ตัดแสงจ้าที่สว่างเกินไปออก
  • หลักการ ตรวจจับจุดที่สว่างที่สุดในภาพ (เช่น ไฟหน้ารถ) แล้วทำการ “Mask” หรือถมดำบริเวณนั้น เพื่อให้เห็นรายละเอียดรอบข้าง (เช่น ป้ายทะเบียน)
  • เหมาะสำหรับ กล้องส่องป้ายทะเบียนรถในเวลากลางคืน, ลานจอดรถ
คุณสมบัติBLCWDRHLC
การจัดการแสงเพิ่มแสงในจุดมืดเกลี่ยแสงให้สมดุลทั้งภาพลดแสงในจุดที่จ้าเกินไป
ผลลัพธ์ฉากหลังขาวโพลน (Overexposed)เห็นรายละเอียดชัดเจนมืดลง (เพื่อให้เห็นจุดอื่น)
ผลลัพธ์วัตถุสว่าง ชัดเจนสว่าง ชัดเจนชัดเจน (ไม่ถูกแสงกลบ)
สถานการณ์แนะนำย้อนแสงรุนแรง, ประตูทางเข้าย้อนแสงที่มีรายละเอียดซับซ้อนไฟหน้ารถ, สปอร์ตไลท์

สถานการณ์ที่ “จำเป็น” ต้องเปิดใช้ BLC

แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี WDR ที่ดูเหนือกว่า แต่ BLC ก็ยังมีความสำคัญและจำเป็นในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อใช้งบประมาณจำกัด หรือสภาพแสงมีความเฉพาะเจาะจง ดังนี้

1. ประตูทางเข้า-ออกอาคาร (Entrance/Exit)

นี่คือจุดตายของกล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ เมื่อเราติดกล้องภายในส่องออกไปที่ประตู แสงแดดภายนอกจะสว่างกว่าภายในมาก หากไม่เปิด BLC คนที่เดินเข้ามาจะเป็นเพียงเงาดำ การเปิด BLC จะช่วยให้เห็นใบหน้าผู้บุกรุกชัดเจน แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นว่าข้างนอกมีรถอะไรวิ่งผ่านก็ตาม (ซึ่งมักไม่ใช่สาระสำคัญของกล้องตัวนี้)

2. อาคารจอดรถ (Indoor Parking Lot)

การมองจากภายในอาคารจอดรถออกไปยังทางออก แสงภายนอกจะจ้ามาก การใช้ BLC ช่วยให้เห็นรถและคนที่กำลังขับออกไปได้ชัดเจน

3. ทางเดินที่มีหน้าต่างด้านข้าง (Corridor with Windows)

ในโถงทางเดินโรงแรมหรือออฟฟิศที่มีหน้าต่างเรียงราย แสงแดดที่ส่องเข้ามาเป็นระยะอาจทำให้หน้าคนมืดเป็นช่วงๆ BLC จะช่วยดึงแสงที่ตัวคนให้สว่างคงที่

4. โกดังสินค้าที่ประตูเปิดโล่ง

โกดังมักจะมืด แต่ประตูโหลดสินค้า (Loading Dock) จะสว่างจ้า การใช้ BLC ช่วยให้เห็นหน้าคนขับรถส่งของ หรือพนักงานที่ยืนอยู่ปากประตูได้

ข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้

การเข้าใจข้อจำกัดจะช่วยให้คุณออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น

ข้อดีของ BLC

  1. ประหยัดงบประมาณ มีในกล้องเกือบทุกรุ่น ไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องรุ่นท็อป
  2. โฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุด ในงานความปลอดภัย การระบุตัวบุคคล (Identification) สำคัญกว่าความสวยงามของวิวทิวทัศน์ BLC ตอบโจทย์นี้ตรงจุด
  3. ทำงานได้ดีในที่แสงน้อย ในบางกรณี การเร่งสัญญาณภาพของ BLC ช่วยให้เห็นภาพในที่มืดได้ดีขึ้นเล็กน้อย

ข้อจำกัดของ BLC

  1. สูญเสียรายละเอียดพื้นหลัง ข้อมูลภาพส่วนที่สว่าง (Highlight) จะหายไปเกือบทั้งหมด หากเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ฉากหลัง (เช่น รถชนกันที่ถนนหน้าประตู) กล้องจะบันทึกไว้เป็นสีขาว
  2. สีเพี้ยนในบางจุด การเร่งแสงอาจทำให้สีของวัตถุซีดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ WDR
  3. ปรับแต่งได้น้อย กล้องรุ่นประหยัดอาจเปิดได้แค่ On/Off ไม่สามารถเลือกโซนที่จะวัดแสงได้

วิธีการตั้งค่า BLC (Configuration Guide)

การตั้งค่า BLC จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ (เช่น Hikvision, Dahua, UniView) แต่หลักการคล้ายกัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในเมนู OSD (On-Screen Display) หรือผ่าน Web Browser

  1. เข้าสู่เมนูตั้งค่า Login เข้าสู่ IP Address ของกล้อง หรือกดเมนูที่เครื่องบันทึก (NVR/DVR)
  2. ไปที่เมนู Image/Camera มองหาหัวข้อ Backlight, Exposure หรือ Image Enhancement
  3. เลือกโหมด BLC เปลี่ยนจาก Off เป็น BLC
  4. เลือกพื้นที่ (Area Setting)
    • Default กล้องจะวัดแสงตรงกลางภาพ
    • Custom หากกล้องรองรับ ให้ลากกรอบสี่เหลี่ยมครอบคลุมบริเวณ “ประตู” หรือ “จุดที่คนจะเดินผ่าน” เพื่อให้กล้องวัดแสงจากจุดนั้นเป็นหลัก
  5. ปรับระดับ (Level) บางรุ่นสามารถปรับความแรงของการชดเชยแสงได้ ให้ลองปรับดูจนกว่าจะเห็นหน้าคนชัดเจน โดยที่ภาพไม่แตก (Noise) จนเกินไป

BLC ยังจำเป็นอยู่ไหมในปี 2025?

คำถามคือ ในเมื่อเรามีเทคโนโลยี True WDR (120dB หรือ 140dB) ที่เก่งกว่า ทำไมเรายังต้องเรียนรู้เรื่อง BLC คืออะไร?

คำตอบคือ “ความคุ้มค่าและการใช้งานเฉพาะจุด”

  • หากคุณมีงบประมาณไม่จำกัด การเลือกกล้อง True WDR คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะได้ภาพครบถ้วนทั้งหน้าคนและฉากหลัง
  • แต่ถ้าคุณต้องการประหยัดงบ หรือใช้กล้องรุ่นมาตรฐาน การเปิดฟังก์ชัน BLC คือเทคนิคที่ “Must Do” สำหรับกล้องที่ส่องไปยังทางเข้าออก เพื่อให้ระบบความปลอดภัยของคุณใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ติดไว้ขู่โจรแต่ดูภาพย้อนหลังไม่ได้

การเลือกใช้เทคโนโลยีให้ถูกกับสถานการณ์ คือหัวใจของช่างมืออาชีพและผู้ใช้งานที่ชาญฉลาด

เช็คลิสต์ก่อนจบ

  1. กล้องส่องประตูทางเข้า ให้เปิด BLC หรือ WDR เสมอ
  2. หากต้องการเห็นวิวข้างนอกด้วย ให้ใช้ WDR
  3. หากไม่สนวิวข้างนอก ขอแค่เห็นหน้าโจรชัดๆ BLC คือตัวเลือกที่เพียงพอและประหยัด

ติดต่อ GreatOcean เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบโซลูชันความปลอดภัยที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณวันนี้!

Line : @greatocean
Tel : 099-495-8880
Facebook : https://www.facebook.com/gtoengineer/
Email : support@gtoengineer.com