ติดต่อเรา 08.00 - 17.30
โทร 02-943-0180 ต่อ 120
pngtree black ribbon for condolence mourning and melanoma awarness png image
Product categories

File Attribute คืออะไร? รู้จักคุณสมบัติของไฟล์ ทำไมถึงขาดมันไม่ได้?

attributes folder windowspng

คุณสมบัติของไฟล์ (File Attributes) คือ ข้อมูลสำคัญที่อธิบายลักษณะ, พฤติกรรม, และวิธีการจัดการไฟล์ภายในระบบไฟล์ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในการทำงานของระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันต่างๆ ลองนึกภาพว่าคุณสมบัติของไฟล์เป็นเหมือน “ป้ายกำกับ” หรือ “ข้อมูลกำกับ” ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์นั้นๆ นอกเหนือไปจากเนื้อหาที่อยู่ในไฟล์

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้พร้อมกับไฟล์ในระบบไฟล์ (เช่น NTFS, APFS, ext4) แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาไฟล์โดยตรง ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ ใช้คุณสมบัติเหล่านี้เพื่อจัดการไฟล์, ควบคุมการเข้าถึง, จัดระเบียบ, และดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติของไฟล์ ประเภทต่าง ๆ มีอะไรบ้าง?

คุณสมบัติของไฟล์อาจแตกต่างกันไปบ้างขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ (Windows, macOS, Linux) และระบบไฟล์ที่ใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว จะประกอบด้วยคุณสมบัติหลักๆ ดังนี้:

  • ชื่อ (Name): ชื่อของไฟล์ที่ใช้ในการระบุและเข้าถึงไฟล์ ซึ่งโดยทั่วไปผู้ใช้จะเป็นคนกำหนดชื่อนี้ เพื่อให้สามารถจดจำและเรียกใช้งานไฟล์ได้ง่าย
  • ประเภท (Type): ประเภทของไฟล์ หรือรูปแบบของไฟล์ ซึ่งมักจะแสดงด้วยนามสกุล (File Extension) เช่น .txt สำหรับไฟล์ข้อความ, .jpg หรือ .png สำหรับไฟล์รูปภาพ, .mp3 สำหรับไฟล์เสียง, .mp4 สำหรับไฟล์วิดีโอ, .doc หรือ .docx สำหรับไฟล์เอกสาร, และ .exe หรือ .app สำหรับไฟล์โปรแกรม ประเภทของไฟล์ช่วยให้ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ สามารถทราบได้ว่าควรใช้โปรแกรมใดในการเปิดไฟล์ และจะจัดการกับไฟล์นั้นอย่างไร
  • ขนาด (Size): ขนาดของไฟล์ในหน่วยไบต์ (Bytes) หรือหน่วยที่ใหญ่ขึ้น เช่น กิโลไบต์ (KB), เมกะไบต์ (MB), กิกะไบต์ (GB), หรือเทราไบต์ (TB) ขนาดของไฟล์เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, การถ่ายโอนไฟล์, และการประมวลผลไฟล์
  • ตำแหน่ง (Location): ตำแหน่งที่จัดเก็บไฟล์ในระบบไฟล์ หรือที่เรียกว่าพาธ (Path) ซึ่งระบุไดเรกทอรี (Directory) หรือโฟลเดอร์ที่ไฟล์นั้นถูกจัดเก็บไว้ พาธช่วยให้ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ สามารถค้นหาและเข้าถึงไฟล์ได้อย่างถูกต้อง
  • วันที่และเวลา (Date and Time): ระบบปฏิบัติการจะบันทึกวันที่และเวลาที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงและจัดการไฟล์
    • วันที่สร้าง (Created): วันที่และเวลาที่ไฟล์ถูกสร้างขึ้นครั้งแรก
    • วันที่แก้ไขล่าสุด (Last Modified): วันที่และเวลาที่ไฟล์ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาล่าสุด
    • วันที่เข้าถึงล่าสุด (Last Accessed): วันที่และเวลาที่ไฟล์ถูกเปิดหรือเข้าถึงล่าสุด
  • สิทธิ์การเข้าถึง (Permissions): กำหนดว่าใครหรือกลุ่มใดสามารถอ่าน, เขียน, หรือ execute ไฟล์ได้บ้าง คุณสมบัตินี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะในระบบที่มีผู้ใช้หลายคน หรือระบบเครือข่าย
  • สถานะ (Attributes): คุณสมบัติเพิ่มเติมที่ใช้ในการควบคุมลักษณะและพฤติกรรมของไฟล์ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละระบบปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น
    • Read-only: ไฟล์สามารถอ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขหรือบันทึกทับได้ คุณสมบัตินี้มีประโยชน์ในการป้องกันการแก้ไขไฟล์สำคัญโดยไม่ได้ตั้งใจ
    • Hidden: ไฟล์ถูกซ่อนไว้ ไม่แสดงในรายการไฟล์ปกติเมื่อดูด้วยตัวจัดการไฟล์ (File Manager) ทั่วไป คุณสมบัตินี้มักใช้เพื่อซ่อนไฟล์ระบบ หรือไฟล์ที่ไม่ต้องการให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็น
    • System: ไฟล์สำคัญของระบบปฏิบัติการ การแก้ไขหรือลบไฟล์เหล่านี้อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ คุณสมบัตินี้ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้แก้ไขไฟล์ระบบโดยไม่ได้ตั้งใจ
    • Archive: ไฟล์ถูกทำเครื่องหมายว่ามีการเปลี่ยนแปลง และควรถูกสำรองข้อมูล คุณสมบัตินี้ถูกใช้โดยโปรแกรมสำรองข้อมูล (Backup Software) เพื่อระบุไฟล์ที่ต้องสำรอง
    • Compressed: ไฟล์ถูกบีบอัดเพื่อลดขนาด ทำให้ใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยลง และสามารถถ่ายโอนได้เร็วขึ้น
    • Encrypted: ไฟล์ถูกเข้ารหัสเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต หากไม่มีคีย์ในการถอดรหัส ก็จะไม่สามารถอ่านเนื้อหาของไฟล์ได้ คุณสมบัตินี้ใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ

ทำไมเราถึงต้องมี คุณสมบัติไฟล์?

คุณสมบัติของไฟล์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และมีประโยชน์ต่อทั้งระบบปฏิบัติการ, โปรแกรมต่างๆ, และผู้ใช้ ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้:

  • การจัดการไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพ: คุณสมบัติของไฟล์ช่วยให้ระบบปฏิบัติการและผู้ใช้สามารถจัดระเบียบ, ค้นหา, และจัดการไฟล์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนึกภาพว่าถ้าไม่มีชื่อ, ประเภท, หรือวันที่แก้ไข, การค้นหาไฟล์ที่ต้องการในคอมพิวเตอร์ที่มีไฟล์อยู่เป็นจำนวนมากจะเป็นเรื่องยากเพียงใด
  • การควบคุมการเข้าถึงและการรักษาความปลอดภัย: สิทธิ์การเข้าถึง (Permissions) และสถานะ (Attributes) เช่น Read-only, Hidden, และ Encrypted เป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการควบคุมว่าใครสามารถเข้าถึงและแก้ไขไฟล์ได้บ้าง ช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต, การแก้ไขไฟล์โดยไม่ได้ตั้งใจ, และการสูญหายของข้อมูล
  • การสำรองข้อมูลและการกู้คืน: คุณสมบัติ Archive ช่วยให้โปรแกรมสำรองข้อมูลสามารถระบุไฟล์ที่มีการเปลี่ยนแปลง และควรได้รับการสำรองข้อมูลได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ข้อมูลวันที่และเวลา ยังช่วยในการกู้คืนไฟล์ให้กลับสู่สถานะที่ต้องการได้อีกด้วย
  • การทำงานของระบบปฏิบัติการ: ระบบปฏิบัติการใช้คุณสมบัติของไฟล์ในการทำงานต่างๆ ที่สำคัญ เช่น การจัดสรรพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, การจัดการหน่วยความจำ, การ execute โปรแกรม, และการทำงานของระบบไฟล์
  • ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์: คุณสมบัติของไฟล์ช่วยให้โปรแกรมและระบบปฏิบัติการต่างๆ สามารถทำงานร่วมกับไฟล์ได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น โปรแกรมแก้ไขรูปภาพจะใช้คุณสมบัติ “ประเภท” ของไฟล์ในการระบุว่าเป็นไฟล์รูปภาพ และจะแสดงผลและแก้ไขไฟล์นั้นตามรูปแบบที่ถูกต้อง
  • การจัดการทรัพยากร: ข้อมูลขนาดของไฟล์ช่วยให้ระบบปฏิบัติการสามารถจัดการทรัพยากรของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดสรรพื้นที่หน่วยความจำ, การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, และการควบคุมการใช้งาน CPU

ความแตกต่างระหว่าง คุณสมบัติไฟล์ และ คุณสมบัติโฟลเดอร์

แม้ว่าไฟล์และโฟลเดอร์จะมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกันในระบบไฟล์ แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านของคุณสมบัติที่ใช้ในการควบคุมลักษณะและการทำงาน

  • คุณสมบัติของไฟล์ (File Attributes): ใช้สำหรับควบคุมลักษณะของไฟล์แต่ละไฟล์ ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดที่ระบบปฏิบัติการจัดการ
  • คุณสมบัติของโฟลเดอร์ (Folder Attributes): ใช้สำหรับควบคุมลักษณะของโฟลเดอร์ ซึ่งเป็นคอนเทนเนอร์ที่ใช้จัดเก็บไฟล์และโฟลเดอร์อื่น ๆ เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างของระบบไฟล์

ความแตกต่างที่สำคัญ:

  • เนื้อหา: ไฟล์มีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลจริงที่ผู้ใช้สร้างขึ้นหรือใช้งาน ในขณะที่โฟลเดอร์ไม่มีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นเพียงโครงสร้างที่ใช้ในการจัดกลุ่มและจัดระเบียบไฟล์
  • คุณสมบัติเฉพาะ: โฟลเดอร์มีคุณสมบัติบางอย่างที่ไฟล์ไม่มี เช่น
    • การกำหนดไอคอน: โฟลเดอร์สามารถมีไอคอนที่แตกต่างกันเพื่อแสดงประเภทหรือสถานะของโฟลเดอร์
    • การแชร์บนเครือข่าย: โฟลเดอร์สามารถถูกแชร์ให้ผู้ใช้คนอื่นบนเครือข่ายเข้าถึงได้
    • สิทธิ์เริ่มต้น (Default Permissions): โฟลเดอร์สามารถกำหนดสิทธิ์เริ่มต้นสำหรับไฟล์และโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นภายในโฟลเดอร์นั้น
  • การใช้งาน: ไฟล์ถูกใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ในขณะที่โฟลเดอร์ถูกใช้เพื่อจัดระเบียบและจัดกลุ่มไฟล์ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและจัดการ

โดยรวมแล้ว คุณสมบัติของไฟล์และโฟลเดอร์ทำงานร่วมกันในการจัดระเบียบและจัดการข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟล์จัดเก็บข้อมูล ในขณะที่โฟลเดอร์จัดระเบียบไฟล์เหล่านั้น

วิธีการตั้งค่า คุณสมบัติไฟล์

วิธีการตั้งค่าคุณสมบัติของไฟล์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่คุณใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว จะมีวิธีการดังนี้:

  • Windows:
    1. ใช้ File Explorer:
      • คลิกขวาที่ไฟล์ที่คุณต้องการแก้ไขคุณสมบัติ
      • เลือก “Properties”
      • หน้าต่าง Properties จะปรากฏขึ้น ซึ่งประกอบด้วยแท็บต่างๆ ที่ใช้ในการดูและแก้ไขคุณสมบัติของไฟล์
        • แท็บ “General”: ใช้สำหรับแก้ไขคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น Read-only, Hidden, Archive, และการบีบอัด (Compressed)
        • แท็บ “Security”: ใช้สำหรับกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Permissions) สำหรับผู้ใช้และกลุ่มต่างๆ
        • แท็บอื่นๆ: อาจมีแท็บเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับประเภทของไฟล์และระบบปฏิบัติการ เช่น แท็บ “Details” สำหรับดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์รูปภาพหรือเพลง
    2. ใช้ Command Prompt (CMD):
      • เปิด Command Prompt ในฐานะผู้ดูแลระบบ (Administrator)
      • ใช้คำสั่ง attrib เพื่อดูและแก้ไขคุณสมบัติของไฟล์
        • ตัวอย่าง:
          • attrib +r filename.txt: ตั้งค่าไฟล์ “filename.txt” เป็น Read-only
          • attrib -h filename.txt: ยกเลิกสถานะ Hidden ของไฟล์ “filename.txt”
          • attrib /?: แสดงวิธีใช้คำสั่ง attrib และตัวเลือกต่างๆ
  • macOS:
    1. ใช้ Finder:
      • คลิกขวาที่ไฟล์ที่คุณต้องการแก้ไขคุณสมบัติ
      • เลือก “Get Info”
      • หน้าต่าง Get Info จะปรากฏขึ้น ซึ่งคุณสามารถดูและแก้ไขคุณสมบัติของไฟล์ได้
        • General: ดูข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ, ประเภท, ขนาด, และตำแหน่ง
        • Sharing & Permissions: กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงสำหรับผู้ใช้และกลุ่มต่างๆ
  • Linux:
    1. ใช้ Terminal:
      • ใช้คำสั่ง chmod เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึง
        • ตัวอย่าง:
          • chmod 755 filename.txt: กำหนดสิทธิ์ให้เจ้าของไฟล์อ่าน, เขียน, และ execute ได้, กลุ่มอ่านและ execute ได้, และคนอื่นๆ อ่านและ execute ได้
          • chmod u+x filename.txt: เพิ่มสิทธิ์ execute ให้กับเจ้าของไฟล์
      • ใช้คำสั่ง chattr เพื่อเปลี่ยน attributes อื่น ๆ (เช่น immutable, append-only)
        • ตัวอย่าง:
          • chattr +i filename.txt: ทำให้ไฟล์ “filename.txt” ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง, ลบ, หรือเปลี่ยนชื่อได้
    2. ใช้ GUI File Managers:
      • โปรแกรมจัดการไฟล์ส่วนใหญ่ใน Linux (เช่น Nautilus, Thunar, KDE Dolphin) มีตัวเลือกให้ดูและแก้ไขคุณสมบัติของไฟล์ได้ โดยการคลิกขวาที่ไฟล์และเลือก “Properties” หรือ “Get Info”

การเข้าใจและใช้งานคุณสมบัติของไฟล์อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การตั้งค่าคุณสมบัติที่เหมาะสมช่วยให้คุณสามารถควบคุมการเข้าถึง, ป้องกันการสูญหายของข้อมูล, และทำให้การทำงานกับไฟล์เป็นไปอย่างราบรื่น

ติดต่อ GreatOcean เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบโซลูชันความปลอดภัยที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณวันนี้!

Line : @greatocean
Tel : 099-495-8880
Facebook : https://www.facebook.com/gtoengineer/
Email : support@gtoengineer.com