ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่อาคารสำนักงาน เริ่มติดตั้งระบบนับจำนวนคนเข้าออกกันมากขึ้น เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนกำลังคนหรือวัดประสิทธิภาพการตลาด แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า People Counting ทำงานอย่างไร กว่าจะได้ตัวเลขจำนวนคนที่แม่นยำแบบเรียลไทม์ บทความนี้จะพาเจาะลึกเทคโนโลยีหลักที่ใช้นับจำนวนคนในปัจจุบัน พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
อินฟราเรดบีม เทคโนโลยีพื้นฐานที่ยังใช้งานอยู่
เทคโนโลยีที่ง่ายและราคาถูกที่สุดคือ Infrared Beam Counter ซึ่งติดตั้งตัวส่งและตัวรับสัญญาณอินฟราเรดคู่กันไว้สองฝั่งของทางเข้า เมื่อมีคนเดินผ่านตัดลำแสงที่มองไม่เห็นนี้ ระบบจะนับเป็นหนึ่งครั้งทันที ข้อดีคือราคาถูกและติดตั้งง่าย แต่ข้อจำกัดคือความแม่นยำมักต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่น โดยเฉพาะเมื่อมีคนเดินเข้าออกพร้อมกันหลายคนในเวลาเดียวกัน หรือเดินเรียงชิดกันเกินไปจนระบบแยกไม่ออกว่าเป็นคนกี่คน
Time-of-Flight (ToF) การวัดระยะด้วยแสงสะท้อน
เทคโนโลยี Time-of-Flight ทำงานโดยยิงแสงอินฟราเรดออกไปแล้ววัดระยะเวลาที่แสงสะท้อนกลับมาจากวัตถุ เพื่อคำนวณระยะห่างและสร้างแผนที่ความลึก (Depth Map) ของพื้นที่นั้นแบบสามมิติ โดยไม่ต้องพึ่งพาแสงที่มองเห็นได้เลย ทำให้ทำงานได้ดีแม้ในที่มืดหรือแสงน้อย จุดเด่นสำคัญคือความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่มีการบันทึกภาพใบหน้าหรือข้อมูลระบุตัวตนใดๆ เหมาะกับพื้นที่เปิดโล่งอย่างสำนักงานหรือร้านค้าที่ต้องการความแม่นยำสูงในการแยกแยะคนหลายคนพร้อมกัน
กล้อง AI Video Analytics ความแม่นยำสูงสุดในปัจจุบัน
เทคโนโลยีที่ให้ความแม่นยำสูงสุดในปัจจุบันคือการใช้กล้องร่วมกับอัลกอริทึม AI แบบ Deep Learning วิเคราะห์ภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ กล้องบางรุ่นใช้เลนส์คู่แบบ 3D Stereo Vision เพื่อสร้างภาพเชิงลึกคล้ายการมองเห็นด้วยสองตาของมนุษย์ ทำให้แยกแยะคนที่เดินซ้อนกันหรือบังกันได้แม่นยำกว่าเทคโนโลยีอื่น ระบบ AI สมัยใหม่บางระบบวิเคราะห์ภาพได้ถึงสิบครั้งต่อวินาที และยังให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้ เช่น เส้นทางการเดิน (Movement Pattern) หรือแผนที่ความหนาแน่น (Heatmap) ของพื้นที่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในร้านค้าปลีก
WiFi และ Bluetooth Tracking วัดพฤติกรรมเชิงลึก
อีกแนวทางหนึ่งคือการตรวจจับสัญญาณ WiFi หรือ Bluetooth ที่แผ่ออกมาจากสมาร์ตโฟนของผู้เข้าใช้บริการ เมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อกับเครือข่าย WiFi ของร้านหรือตรวจพบสัญญาณ Bluetooth Beacon ระบบจะบันทึกว่ามีการเข้ามาในพื้นที่ จุดเด่นของวิธีนี้คือสามารถวัดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่ (Dwell Time) และติดตามการเคลื่อนที่ผ่านหลายโซนในร้านได้ รวมถึงระบุลูกค้าเก่าที่กลับมาซ้ำได้ด้วย แต่ข้อจำกัดคืออัตราการตรวจจับได้ไม่ครบ 100% เพราะขึ้นอยู่กับว่าโทรศัพท์เปิดสัญญาณ WiFi หรือ Bluetooth อยู่หรือไม่
เทคโนโลยีไหนควรเลือกใช้แบบไหน
การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและงบประมาณ สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดและมีงบประมาณเพียงพอ กล้อง AI Video Analytics ให้ความแม่นยำสูงสุดถึงระดับ 98% และให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วนที่สุด ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงโดยไม่บันทึกภาพใบหน้า เทคโนโลยี ToF หรือเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน (Thermal) ตอบโจทย์ได้ดีกว่า สำหรับทางเข้าเดี่ยวที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูงมาก อินฟราเรดบีมยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าด้านราคา
ตารางเปรียบเทียบแบบง่าย
| เทคโนโลยี | ความแม่นยำ | ความเป็นส่วนตัว | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Infrared Beam | ต่ำ-ปานกลาง | สูง | ทางเข้าเดี่ยว งบจำกัด |
| Time-of-Flight (ToF) | สูง | สูงมาก | พื้นที่เปิดโล่ง ต้องการความเป็นส่วนตัว |
| กล้อง AI Video Analytics | สูงที่สุด | ปานกลาง | ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า วิเคราะห์พฤติกรรม |
| WiFi/Bluetooth Tracking | ปานกลาง | ต่ำกว่า | วิเคราะห์ Dwell Time และลูกค้าประจำ |
ข้อควรพิจารณาด้านความเป็นส่วนตัวและกฎหมาย
เมื่อใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกล้องหรือการตรวจจับข้อมูลอุปกรณ์ส่วนบุคคล องค์กรควรพิจารณาข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะระบบที่ใช้กล้องบันทึกภาพซึ่งอาจเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวดกว่าระบบที่ใช้เซนเซอร์แบบ ToF หรืออินฟราเรดที่ไม่มีการบันทึกภาพใดๆ
หากสนใจอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ภาพ สามารถดูได้ใน บทความกล้อง CCTV ทำงานอย่างไร ของเรา หรือศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติมจาก คำอธิบายเทคโนโลยีนับจำนวนคนของ Milesight
สรุป
โดยสรุปแล้ว People Counting ทำงานผ่านหลายเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อินฟราเรดบีมแบบง่าย ไปจนถึง Time-of-Flight ที่วัดระยะด้วยแสงสะท้อน และกล้อง AI Video Analytics ที่ให้ความแม่นยำสูงสุดพร้อมข้อมูลเชิงลึก แต่ละเทคโนโลยีมีจุดแข็งด้านความแม่นยำ ความเป็นส่วนตัว และราคาต่างกัน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ งบประมาณ และข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวที่องค์กรต้องปฏิบัติตามเป็นหลัก




